นิวยอร์คคือมหานครที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และระบบรถไฟใต้ดินของที่นี่ก็คือหนึ่งในระบบที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ระบบนี้มี 472 สถานี, 25 เส้นทาง, และรางรถไฟยาว 665 ไมล์ ผู้โดยสาร 6.5 ล้านคนต่อวันใช้บริการนี้ ซึ่งคิดเป็น 1.3 พันล้านเที่ยวต่อปี ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่านิวยอร์คคือเมืองที่พึ่งพาระบบรางอย่างแท้จริง
แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของระบบนี้คือการเข้าถึงได้ นิวยอร์คมี 5 เขต คือ แมนฮัตตัน, บรูคลิน, ควีนส์, บรองซ์, และสแตเทนไอแลนด์ แต่ละเขตมีสถานีรถไฟใต้ดิน แต่ไม่ใช่ทุกสถานีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา มีการปรับปรุงสถานีให้สอดคล้องกับกฎหมาย ADA (Americans with Disabilities Act) จำนวน 57 สถานี และปัจจุบันมีอีก 40 สถานีที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แผนทุนระยะ 5 ปี (2025-2029) มูลค่า 68.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 47.84 พันล้านดอลลาร์ถูกจัดสรรให้กับระบบขนส่งของนิวยอร์คโดยเฉพาะ
น่าสนใจที่บางสถานีเลือกใช้ทางลาดแทนลิฟต์เพื่อประหยัดงบประมาณ เช่น สถานี Harlem-148 Street ที่ใช้ทางลาดช่วยประหยัดได้ถึง 30 ล้านดอลลาร์ การออกแบบที่ชาญฉลาดแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงได้ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป
ระบบ Access-A-Ride ให้บริการ Paratransit ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ครอบคลุมทั้ง 5 เขต และพื้นที่ใกล้เคียงอีก 3 ใน 4 ไมล์ในมณฑลแนสซอและเวสต์เชสเตอร์ ค่าโดยสารเท่ากับรถบัสและรถไฟใต้ดิน
เป้าหมายของ MTA คือการทำให้ 95% ของสถานีทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้ภายในปี 2055 ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมาย ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่ด้วยเงินลงทุน 68.4 พันล้านดอลลาร์ที่กำลังไหลเข้ามา นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเข้าถึงได้คือลำดับความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานในนิวยอร์ค
ที่มา: MTA & Railway Age 2026


