เมื่อพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ ผมว่าไม่มีประเทศไหนที่พัฒนาได้น่าประทับใจเท่าญี่ปุ่นอีกแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2008 ญี่ปุ่นมีนโยบาย “Barrier-Free” ที่บังคับใช้กับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ สนามบิน หรือถนน ทุกอย่างต้องออกแบบมาให้ผู้ใช้รถเข็นและผู้พิการทุกประเภทเข้าถึงได้
ลองเทียบกับไทยดูนะครับ ญี่ปุ่นมีพื้นที่ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 125 ล้านคน ขณะที่ไทยมีพื้นที่ 513,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 66 ล้านคน ญี่ปุ่นหนาแน่นกว่าเกือบเท่าตัว แต่กลับมีระบบขนส่งที่เข้าถึงได้มากกว่าเราอย่างเห็นได้ชัด
ญี่ปุ่นมีสถานีรถไฟกว่า 9,500 แห่ง 45 จาก 50 สถานีที่พลุกพล่านที่สุดในโลกอยู่ในญี่ปุ่น ชินจูกุมีผู้โดยสาร 3.8 ล้านคนต่อวัน รถไฟชินคันเซ็นขนส่ง 385.9 ล้านคนต่อปี มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้รถเข็น รถบัส non-step กว่า 209,000 คัน และรถแท็กซี่ Universal Design กว่า 50,000 คันในโตเกียว พร้อมทางลาดและหลังคาสูง
กระเบื้องนำทางที่เราเห็นกันวันนี้ถูกคิดค้นโดยคุณเซอิจิ มิยาเกะ ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1965 และกลายเป็นมาตรฐานโลก สนามบินหลักทุกแห่งมีทางเดินไร้สิ่งกีดขวาง เลนพิเศษ และบริการช่วยเหลือหลายภาษา
กฎหมายหลักคือ “Barrier-Free Act” ที่กำหนดให้สถานีขนส่ง อาคารสาธารณะ และถนนต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ลิฟต์กว้างที่มีปุ่มต่ำ ห้องน้ำอเนกประสงค์ และทางลาด ถึงแม้ยังมีช่องว่างในพื้นที่ชนบท แต่ภาพรวมญี่ปุ่นคือตัวอย่างที่ไทยควรศึกษา
ผมเชื่อว่าถ้าเรามีวิสัยทัศน์และกฎหมายที่จริงจัง ระบบขนส่งไทยก็พัฒนาไปถึงจุดนั้นได้ครับ สิ่งที่ญี่ปุ่นทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน
ที่มา: Japan-Guide, Accessible Japan, JICA


