สิทธิและสวัสดิการจากรัฐ เราก็จะรู้ในส่วนที่เราสัมผัสใกล้ชิด เช่น เบี้ยความพิการ หรือบัตรสีชมพู วันนี้ผมอยากชวนทุกคนมาดูทั้งระบบกันหน่อยครับ ตั้งแต่กฎหมายไปจนถึงการรับสิทธิจริง ว่าโครงสร้างของประเทศเรารองรับคนพิการกว่า 2.28 ล้านคนยังไงบ้าง
เริ่มจากกฎหมายหลักครับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายที่วางกรอบสิทธิแบบองค์รวม มีการห้ามเลือกปฏิบัติโดยชัดเจน และรองรับคนพิการ 7 ประเภท ตั้งแต่ทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว ไปจนถึงออทิสติกและทางการเรียนรู้ หน่วยงานหลักที่ดูแลคือกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ กรม พก. ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ
แล้วสวัสดิการมีอะไรบ้างครับ? เบี้ยความพิการได้รับเดือนละ 800 บาทสำหรับคนพิการอายุ 18 ปีขึ้นไป ถ้ามีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้เพิ่มอีก 200 บาท รวมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน ด้านการรักษาพยาบาลใช้สิทธิบัตรทองรักษาฟรี รวมถึงกายภาพบำบัดและอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ด้านการศึกษาเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี และมีกองทุนการศึกษาสนับสนุนเพิ่มเติม
เรื่องการจ้างงานก็สำคัญครับ กฎหมายมาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างที่มีพนักงาน 100 คนขึ้นไป ต้องจ้างคนพิการ 1 คนต่อพนักงาน 100 คน ถ้าไม่จ้างก็มีทางเลือกจ่ายเข้ากองทุน หรือใช้วิธีรับงานจากผู้ประกอบการคนพิการแทน ปัจจุบันมีคนพิการวัยทำงานที่จดทะเบียน 807,333 คน และมีงานทำผ่านระบบโควตาประมาณ 64,370 คน ซึ่งถือว่าอัตราการปฏิบัติตามกฎหมายสูงถึง 100.97%
เส้นทางเริ่มจากไปรับการตรวจจากแพทย์เพื่อยืนยันประเภทความพิการ จากนั้นจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอพร้อมใบรับรองแพทย์และบัตรประชาชน เมื่อได้รับบัตรประจำตัวคนพิการสีชมพูแล้ว ก็สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆ ได้ทันที
แม้ระบบจะมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีความท้าทายอีกมาก โดยเฉพาะการเข้าถึงสิทธิในพื้นที่ห่างไกล และการสร้างความเข้าใจในสังคม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมครับ
ที่มา: DEP, UN, Ministry of Labour


