แสงสีทองเชื่อมสองภาพ ซ้าย: ผู้ใช้รถเข็นและนักศึกษากำลังใช้ทางลาด ที่ NCSU ต้นกำเนิดหลักการ Universal Design ปี 1997 ขวา: ผู้คนทั่วโลกกำลังเดินบนทางเท้าสัมผัสและใช้ทางลาดในชีวิตประจำวัน

Universal Design ออกแบบครั้งเดียว ทุกคนใช้ได้

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราต้องมีทางลาดสำหรับรถเข็น ปุ่มกดลิฟต์ที่ผู้พิการทางสายตาสัมผัสได้ หรือคำบรรยายในวิดีโอ? นั่นคือผลงานของ Universal Design — การออกแบบที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องมีเวอร์ชันพิเศษสำหรับใคร

ในปี 1997 ทีมนักออกแบบนำโดย Ronald Mace จากมหาวิทยาลัย North Carolina State 🇺🇸 ได้กำหนด 7 หลักการของ Universal Design ที่ยังใช้เป็นมาตรฐานจนทุกวันนี้ ประกอบด้วย

1. Equitable Use — การออกแบบต้องใช้ได้กับคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

2. Flexibility in Use — รองรับความชอบและความสามารถที่หลากหลาย

3. Simple and Intuitive Use — ใช้งานง่าย เข้าใจได้โดยไม่ต้องคิดซับซ้อน

4. Perceptible Information — สื่อสารข้อมูลสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ขึ้นกับประสาทสัมผัสของผู้ใช้

5. Tolerance for Error — ลดอันตรายและผลเสียจากความผิดพลาด

6. Low Physical Effort — ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สบาย และเหนื่อยน้อยที่สุด

7. Size and Space for Approach and Use — มีขนาดและพื้นที่เหมาะสมสำหรับการเข้าถึงและใช้งาน โดยไม่ขึ้นกับขนาดร่างกาย ท่าทาง หรือความคล่องตัวของผู้ใช้

หลักการเหล่านี้ใช้ประเมินและชี้นำการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง เว็บไซต์ หรือระบบข้อมูล

ตัวอย่างที่จับต้องได้คือ CINEMA Chupki TABATA โรงภาพยนตร์ universal แห่งแรกของญี่ปุ่น 🇯🇵 ก่อตั้งโดย Chihoko Hiratsuka ในปี 2001 เธอออกแบบให้ทุกการฉายมีเสียงบรรยายภาพในตัว — ไม่ต้องมี “รอบพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตา” เพราะทุกคนดูรอบเดียวกัน ใช้ได้ทุกคนตั้งแต่แรก

นี่คือหัวใจของ Universal Design, การออกแบบที่ดีไม่ใช่การทำพิเศษให้ใคร แต่มองถึงคนทุกกลุ่ม และมันคือการยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนแตกต่าง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐาน(ที่พวกเรามักลืม)

ส่งต่อข้อมูลเพื่อเสริมความรู้ เสริมพลัง สร้างสังคมที่เท่าเทียมกันครับ

ที่มา: NCSU, CINEMA Chupki TABATA, Vispero