หลายคนถามถึงที่จอดรถคนพิการประเทศอเมริกาเป็นยังไง ทำไมถึงดูมีระเบียบวินัยกว่าบ้านเรา? มาดูรายละเอียดกันซักหน่อยครับ
เริ่มจากระบบ parking permit หรือใบอนุญาตจอดรถสำหรับผู้พิการ จะต้องยื่นขอกับกรมขนส่งของแต่ละรัฐ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุว่ามีภาวะที่จำกัดการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ปัญหาระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือการใช้รถเข็น
ที่จอดรถคนพิการต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ADA ที่เคร่งครัดมากครับ เช่น ที่จอด 1 ใน 6 ช่องต้องมีความกว้างพอให้รถตู้จอดได้ ป้ายสัญลักษณ์ต้องติดสูงจากพื้น 60 นิ้ว และต้องมีพื้นที่ว่างด้านข้างช่องจอดกว้าง 5 ฟุต ถ้าสถานที่ใดไม่สร้างตามนี้ จะโดนปรับหนักถึง $75,000 (ประมาณ 2,550,000 บาท) สำหรับการละเมิดครั้งแรก และสูงถึง $150,000 (ประมาณ 5,100,000 บาท) สำหรับครั้งต่อไป แถมยังถูกฟ้องร้องทางแพ่งได้อีกด้วย
เรื่องการบังคับใช้กฎหมายก็จริงจังครับ ตำรวจท้องที่หรือเจ้าหน้าที่จอดรถจะตรวจตราเป็นประจำ ถ้าโดนจับ จะโดนปรับตั้งแต่ $100 ถึง $500 (ประมาณ 3,400-17,000 บาท) ขึ้นไป แล้วแต่รัฐ บางรัฐร้ายแรงถึงขั้นยึดรถหรือจับกุมเลยนะครับ
ที่น่าสนใจคือ กำลังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ตรวจจับการละเมิดและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แบบทันที ระบบนี้กำลังถูกนำไปใช้ในหลายๆ เมือง
จุดสำคัญคือการสร้างจิตสำนึกครับ อเมริกามีแคมเปญรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในโรงเรียนและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าที่จอดรถคนพิการไม่ใช่แค่เพื่อความสะดวก แต่มันคือ “สิทธิ-ที่จำเป็น”
ประเทศไทย🇹🇭 เรามีกฎหมายแม้จะยังไม่ครบถ้วนแต่ถือว่าดีประมาณหนึ่ง แต่การบังคับใช้กฏหมายและการสร้างจิตสำนึกยังมีความท้าทายอีกมาก สำคัญที่สุดเราต้องเร่งปรับกฏหมายให้สมบูรณ์กว่านี้แล้วครับ
ที่มา: ADA.gov และ ParkingMD


